หน้าแรก

การพักการลงโทษ




 การพักการลงโทษ

 หมายถึง การปลดปล่อยไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลภายใต้เงื่อนไข
คุมประพฤติที่กำหนด การพักการลงโทษมิใช่สิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นประโยชน์ที่
ทางราชการให้แก่นักโทษ เด็ดขาดที่มีความประพฤติดี มีความก้าวหน้าทางกาศึกษา
ทำงานเกิดผลดีแก่เรือนจำหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ
ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  • เป็นนักโทษเด็ดขาด
  • ชั้นเยี่ยม  เหลือโทษจำาคุกไม่เกิน  1  ใน   3
  • ชั้นดีมาก เหลือโทษจำคุกไม่เกิน    1  ใน   4
  • ชั้นดี         เหลือโทษจำคุกไม่เกิน    1  ใน  5
เมื่ออยู่ในเกณฑ์พักการลงโทษแล้ว นักโทษเด็ดขาดจะต้องทำอย่างบ้าง
  ภายหลังจากที่เจ้าพนักงานเรือนจำได้ประกาศรายชื่อให้ทราบทั่วกันแล้วว่ามีผู้ใดบ้างอยู่ในหลักเกณฑ์ได้รับการพักการลง
โทษ นักโทษเด็ดขาดจะต้องปฏิบัติดังนี้
  • เตรียมให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่เจ้าพนักงานเรือนจำที่เกี่ยวข้องกับตนเอง พร้อมถิ่นที่อยู่และแจ้งชื่อ ผู้ที่จะรับเป็นผู้อุปการะ
  • ทำคำร้องขอคัดสำเนาคำพิพากษาผ่านเรือนจำ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใดหรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วแจ้งให้ญาติไปติดต่อขอคัด
    สำเนาพิพากษาจากศาลเพื่อส่งให้เรือนจำโดยตรง
  • แจ้งให้ญาติไปติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้รับรองความประพฤติตามเอกสาร(พ.3 หรือพ. 4 พิเศษ)แล้วนำมามอบให้เรือนจำ
  • เมื่อเจ้าพนักงานเรือนจำรวบรวมเอกสารครบถ้วนแล้วจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเรือนจำ และส่งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
  • เมื่อกรมราชทัณฑ์อนุมัติแล้ว จะแจ้งให้เรือนจำทราบเพื่อทำการปล่อยตัวต่อไป
การลดวันต้องโทษจำคุก
  • ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวลดวันต้องโทษจำคุก ต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้
    เป็นนักโทษเด็ดขาดที่จำคุกมาแล้ว ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป
  • สำหรับนักโทษจำคุกตลอดชีวิตต้องจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะได้รับวันลดโทษสะสม โดยจะลดโทษให้ตามชั้นของนักโทษ คือ
    ชั้นเยี่ยม      จะได้รับวันลดโทษเดือนละ          5    วัน
    ชั้นดีมาก      จะได้รับวันลดโทษเดือนละ         4    วัน
    ชั้นดี           จะได้รับวันลดโทษเดือนละ         3    วัน
 เรือนจำจะรวมวันลดโทษสะสมของผู้ต้องขังทุกรายไว้ให้ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์พิจารณาอนุมัติให้ปล่อยตัวเมื่อมีวัดลดโทษสะสม
เท่ากับโทษที่เหลือ    การพิจารณาจะทำทุกเดือนหากไม่ไปกระทำผิดวินัยเสียก่อน
การได้รับวันลดโทษจำคุกเมื่อออกไปทำงานสาธารณะ
 ผู้ที่จะได้รับการปล่อยตัวลดโทษจำคุกเมื่อออกไปทำงานสาธารณะนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานสาธารณะ
นอกเรือนจำ จะได้รับประโยชน์ลดวันต้องโทษจำคุกให้เท่ากับจำนวนวันที่ออกไปทำงาน คือ ออกไปทำงาน 1 วัน ก็จะได้รับวันลด 1 วัน


คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับการพิจารณาออกไปทำงานสาธารณะ

  • เป็นนักโทษเด็ดขาดที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และไม่เป็นผู้กระทำผิดในคดี ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ความผิดต่อกฏหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ส่วนความผิดอื่นๆนอกจากที่กล่าวมานี้ ทำงานสาธารณะได้ทั้งนั้น
  • จะต้องเหลือโทษจำคุกตามระยะเวลาในแต่ละชั้นของผู้ต้องขัง  ดังนี้
  • ชั้นเยี่ยม       จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า   1  ใน  5
  • ชั้นดีมาก      จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า   1  ใน  4
  • ชั้นดี              จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า   1  ใน  3
  • ชั้นกลาง       จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า   1  ใน  2 
  • การที่นักโทษเด็ดขาดคนใดได้ออกไปทำงานสาธารณะหรือไม่นั้น ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการคัดเลือกของเรือนจำเสียก่อน

  • ความสำคัญของการเลื่อนชั้น

  ชั้นมีความสำคัญต่อนักโทษเด็ดขาดเป็นอย่างมากในระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนักโทษเด็ดขาดจะต้องพยายามประพฤติ
ตนให้ดีขึ้น และไม่กระทำผิดวินัย  ในทางกลับกันหากกระทำผิดวินัยจะถูก  ลงโทษลดชั้นและถูกตัดประโยชน์ที่ตนพึงจะได้รับ ฉะนั้นจึงให้ผู้ต้องขังทุกคนต้องรักษาชั้นไว้ อย่ากระทำความผิดวินัยของเรือนจำ  



           ระหว่างการคุมประพฤติจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร

 ช่วงระหว่างการคุมประพฤติ จะมีเจ้าพนักงานคุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติไปเยี่ยม ที่บ้านของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวเพื่อให้คำปรึกษา
แนะนำ ดูแลช่วยเหลือสงเคราะห์เมื่อมีปัญหา โดยที่ผู้ถูกคุมปรพฤติจะต้องประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไข  8  ข้อ ตามที่กำหนดไว้หากว่าประพฤติผิดเงื่อนไข  จะถูกนำตัวกลับมาคุมขังไว้ในเรือนจำตามเดิมและจะถูกลงโทษทางวินัยด้วย
 เงื่อนไข 8 ข้อ มีดังนี้

1. จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ตามที่ได้แจ้งไว้กับทางเรือนจำ
2. ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
3. ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก
4. ประกอบอาชีพโดยสุจริต
5. ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา
6. ห้ามพกพาอาวุธ
7. ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไไม่ใช่ญาติ
8. ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือหัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน


ถ้าผู้ได้รับการปล่อยตัว ประพฤติตนตามเงื่อนไขด้วยดีตลอด ก็จะได้รับใบบริสุทธิ์และพ้นโทษไปตามคำพิพากษาเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป


       นักโทษเด็ดขาดที่จะได้รับการพักการลงโทษและลดวันต้องโทษจำคุก จะต้องนำเอกสารมาประกอบการพิจารณาสืบเสาะข้อเท็จจริงก่อนปล่อยตัว ดังนี้
1. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อนักโทษเด็ดขาดพักอาศัย
2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้อุปการะที่นักโทษเด็ดขาดประสงค์จะไปพักอาศัย
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักโทษเด็ดขาด  หรือสำเนาเอกสารหลักฐานอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้
4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อุปการะหรือสำเนาเอกสารหลักฐานอื่นๆที่ทางราชการออกให้
กรณีนักโทษเด็ดขาดรายใดไม่มีผู้อุปการะ และที่อยู่ที่แน่นอน เรือนจำจะดำเนินการประสานงานกับประชาสงเคราะห์จังหวัด องค์กรกุศล
ของภาครัฐและภาคเอกชน วัด และมูลนิธิ ต่างๆในท้องถิ่น ให้ความช่วยเหลือในด้านที่พักและการประกอบอาชีพ
         ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวพักการลงโทษ ลดวันต้องโทษ และจากการออกทำงานสาธารณะ เป็นการให้โอกาศใช้ชีวิตอยู่นอกเรือนจำก่อนที่ี
 จะครบตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา ดังนั้น นักโทษเด็ดขาดจะต้องมีผู้อุปการะและมีที่อยู่แน่นอน มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการปล่อยตัว