หน้าแรก

ชีวิตผู้คุม

ในยุคปัจจุบันนี้ โซเชียลเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ การโพสต์หรือความต้องการที่จะสร้างความรับรู้ในกลุ่มคนจำนวนมาก ทำได้ง่ายและรวดเร็ว จนบางครั้งก็ไม่มีการตรวจสอบที่ดี หรือนำข้อเท็จจริงทั้งหมด มานำเสนอ

ราชทัณฑ์เอง ก็ตกเป็นเป้าหมาย จากผู้ไม่หวังดี อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมักพบเห็น จากการถูกโจมตี จากกลุ่มบุคคลผู้ประสงค์ร้าย หรือแม้แต่ผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกไป ที่มักจะต้องการเรียกร้องสิทธิต่างๆนา ที่เกินกว่าควรจะเป็น ใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือ พยายามปลุกปั่น ยุยง ให้ร้าย สร้างกระแส กล่าวโจมตี ในสิ่งที่เกินจริงหรือไม่เคยเกิดขึ้น  เพื่อมุ่งหวังผลบางอย่างของตน จนบางทีลืมคิดไปหรือไม่ว่าเพราะเหตุใด กระทำผิด ละเมิดสิทธิผู้อื่นอย่างไร สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อคู่กรณีรุนแรงขนาดไหน จึงต้องเข้ามารับโทษทัณฑ์ภายในเรือนจำ

และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น คือการทำหน้าที่ของ สื่อ บางประเภท ที่มักจะต้องการนำเสนอในข้อมูลที่ผิดๆเช่นนี้ ขาดการตรวจสอบ กลั่นกรองในข้อเท็จจริง เพื่อหวังเพียงกระแสยอดไลค์ ยอดแชร์ หรือผลประโยชน์อื่นๆ ซึ่งนั่นเอง ทำให้สร้างความเสียหายรุนแรงกระทบต่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวหา รวมทั้งบั่นทอนกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก และยากที่จะแก้ไข หรือสร้างความชอบธรรมให้แก่หน่วยงานที่ถูกกล่าวหากลับมาได้ กลายเป็นสิ่งชวนเชื่อ ที่ทำให้ผู้คนสงสัย หรือตะขิดตะขวงอยู่ภายในใจ เกิดภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสีย ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

การสร้างความรับรู้แก่ผู้คน ประชาชน โดยใช้โซเชียลเชิงรุก เผยแพร่ สร้างความเข้าใจ ในสิ่งที่ถูกต้อง ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงมีความจำเป็น เพื่อปกป้ององค์กร เพื่อต่อกรกับผู้ไม่หวังดีเหล่านั้น และนับเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างหนึ่ง ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่หล่อเลี้ยงให้ผู้ปฏิบัติงานได้ทำหน้าที่อย่างภาคภูมิ การทำดี ทำตามหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ ที่ไม่ได้หวังคำชื่นชม หากแต่ขอให้ผู้คนได้มองเห็นคุณค่าถึงหน้าที่สำคัญนี้ก็พอ

“พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้หากไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย” ท่านทราบมั้ยครับว่า อาชีพผู้คุม ได้ปิดทองหลังพระมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และเชื่อมั้ยว่า ยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่ไม่เคยรู้เลย ว่าหลังพระนั้น ... ผู้คุมเรา ทำอะไรอยู่

หากอยากรู้ความจริง ถ้าหากว่าเป็นไปได้และมีโอกาส ก็อยากจะเสนอ ให้ลองมาปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจำ ทดลองเป็นเจ้าหน้าที่ภายในแดน ที่มีผู้ต้องขังอยู่เป็นจำนวนมาก มาคลุกคลี และลองมาสัมผัสอย่างใกล้ชิด ระยะสั้นๆ สัก1เดือนดู เรียนรู้การทำหน้าที่ในแต่ละวัน จะทราบเลยว่า หลักการควบคุมผู้กระทำผิด กับ แนวคิดสิทธิมนุษยชนสำหรับเรือนจำ บางประการ แทบจะสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ขอบคุณ......Cr.
I am born to be a penologist.
DOC135
เลือดราชทัณฑ์มันเข้มข้น

การฝากขัง

ว่าด้วยเรื่อง “การฝากขัง”

เมื่อผู้กระทำผิดถูกจับ ตามหลักกฎหมายแล้ว พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมผู้ต้องหาไว้เพียง 48 ชั่วโมงนับตั้งแต่มาถึงสถานีตำรวจ หากไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หรือหากมีความจำเป็นที่จะควบคุมผู้ถูกจับเกินกว่า 3 วัน เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้น
ซึ่งพนักงานสอบสวนหรืออัยการเป็นผู้มีหน้าที่ต้องยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลได้ หากมีเหตุจำเป็นที่สมควรขังผู้ต้องหาต่อไปอีก โดยมีเงื่อนไขดังนี้
การกำหนดระยะเวลาคุมขัง
1. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังได้ครั้งเดียว มีกำหนดไม่เกิน 7 วัน
2. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่า 6 เดือน แต่ไม่ถึง 10 ปี หรือปรับเกินกว่า 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติดๆ กันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 12 วัน และรวมกัน ทั้งหมดต้องไม่เกิน 48 วัน
3. ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม ศาลมีอำนาจสั่งขังหลายครั้งติดๆ กันได้ แต่ครั้งหนึ่งต้องไม่เกิน 12 วัน และรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 84 วัน
ในการขออนุญาตฝากขังครั้งที่ 1 พนักงานสอบสวน/อัยการ ต้องนำผู้ต้องหา/จำเลย มาศาลเพื่อขออนุญาต และหากมีการฝากขังครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาวางแนวทางการขออนุญาตฝากขัง โดยใช้ระบบขอฝากขังผ่านระบบ Video Conference โดยผู้ต้องหา/จำเลยไม่ต้องไปศาล

ขอบคุณข้อมูลจาก เพจสำนักงานกิจการยุติธรรมและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

คน 2 คม

#2คน2คม... 

ชอบบทความนี้ ขออนุญาตเจ้าของด้วยนะครับ

มึงดูไว้นะ.. อันเนี้ย มันของมีคม

         “อันเนี้ย..มันคม มึงอย่าเอามาเล่น หรือเอามาใช้กับคนใกล้ตัว.. โดยเฉพาะคนที่เขาดีกับมึง

เหลี่ยม,คม มึงมีมึงก็เก็บเอาไว้ อย่าเอามาใช้กับ พวก พี่ น้อง และคนที่ดีกับมึง 

ไม่ใช่พอถือคมหน่อย มีเงินทอง อำนาจ ยศศักดิ์ และจะเหยียบหัว จะข้ามใคร จะขายใครก็ได้ จะทำอะไร ก็นึกถึงตอนมึงลงไว้บ้าง เพราะวันที่มึงไม่มีอำนาจเงินทอง คนที่เคียงข้างมึง คือ พวก พี่ น้อง และมิตรแท้ของมึงที่จริงใจ

อย่าไปข้ามเขา อย่าไปขายเขา มึงขายเพื่อน มึงค้าขายอย่างอื่นดีกว่า..”

และถ้ามึงจะว่าพวก มึงต้องว่าเขาต่อหน้า เขาไม่ผิด เขาจะได้แก้ตัวได้ 
แต่อย่าเอาเขาไปว่าลับหลัง ในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ สิ่งที่เขาไม่ใช่คนผิด เพราะเขาจะไม่มีโอกาสได้พูดแก้ตัว แบบนั้นมึงอย่าไปทำ เพราะสิ่งที่มึงกระทำ มันจะทำให้มึงเสียมิตรแท้ไปคนนึง..

🔪“ค้าขาย มึงยังได้กำไร.. แต่ขายเพื่อน ขายพวก กูมองยังไงก็ขาดทุน”

อยู่ให้เขารัก วางตัวให้เขาเคารพ 

จำไว้นะ..อย่าเลวกับคนที่เขาดีกับมึง!

อ่านแล้วถึงใจเลยเอามาให้อ่านต่อ

CR. - KENZEN (P'Ken NRK)

เรือนจำน่าเที่ยว

เรือนจำน่าเที่ยวอีก 1 แห่ง ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรม เขาพริก จ.นครราชสีมา ใครผ่านไปแถวนั้นไปแวะเที่ยวกันได้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก อำเภอสีคิ้ว จังนครราชสีมา
แวะไปกินก๋วยเตี๋ยว🍜ที่นี้ ได้ให้อาหารปลาด้วยคือดี😍 บรรยากาศดีเลยคะ😍 ชิวดี👍ชอบๆ
ใครผ่านคลองไผ่ แวะไปทานและแวะไปถ่ายรูป📷สวยๆวิวดีๆ👍ที่นี้ 👉ตามเส้นทาง ทางเพจเลยจ้า เพจ Inspire by Princess @เขาพริก
ได้ไปเที่ยวชิวๆ🤗 @คลองไผ่ โคราช😍 มีความชอบ👍ชิวดี
ได้ไปชิวก็ลงรูปสวยๆกับเค้าบ้าง😁😍📷
@ที่กินก๋วยเตี๋ยว🍜บรรยากาศดี

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบพ.ร.ฎ.อภัยโทษ วโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบพ.ร.ฎ.อภัยโทษ วโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2563 เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 ตามที่เสนอโดยกระทรวงยุติธรรม และให้มีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับ

ข้อคิด...เตือนใจ!

ลูกถูกจับเรื่องยา....

ที่แรกที่พ่อแม่พี่น้องพากันแห่มาคือ
สถานีตำรวจ

หลบร้อนใต้ต้นไม้บ้าง
โทรหาคนนั้นคนนี้วุ่นวายไปหมด

เงินไม่มี
ขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วย
กำนันช่วย

วิ่งซื้อน้ำซื้อข้าวให้ลูกวุ่นทั้งวัน

ประกันไม่ทัน
ขับรถตามรถเรือนจำ
ไปส่งลูกถึงเรือนจำ

ทำได้แค่ นั่งมองท้ายรถ
ขับลับตาไปในเรือนจำ

น้ำตาตกข้างในหัวใจ
ลูกกูจะอยู่ยังไง กินยังไง

ติดเสาร์อาทิตย์ประกันไม่ได้
ใจทั้งใจ...สลายลง

วันส่งฟ้อง
ต้องร้อนใจ จะหาเงินที่ไหนไปประกัน
มีที่จำนองที่ มีควายขายควาย
มีอะไรแลกเป็นเงินประกันตัวลูกได้
เอาหมดทุกทาง

นั่งลุ้น นั่งรอ ทนายความ
ทำเรื่องประกัน หวั่นใจ

สุดท้าย ประกันไม่ได้
บ้านก็อยู่ไกล ขับรถกลับไปทั้งน้ำตา

หากิน ทำงาน ไม่เป็นท่า
อยากไปหาแก้วตาดวงใจ

พ่อขาเจ็บ แม่เป็นโรคไต
เมียอุ้มลูกน้อยมาต่อคิวเยี่ยม

เมียไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ไม่ใช่นามสกุลเดียวกันเยี่ยมไม่ได้

อุ้มลูกน้อยอย่างหมดหวังหมดกำลังใจ
ไปนั่งรอโรงอาหารเรือนจำ

กินก๋วยเตี๋ยวคลุกน้ำตา
หวังว่าสามีจะปลอดภัย
และได้...อิสระภาพ กลับมาพร้อมหน้า

ศาลตัดสินจำคุกสิบปี
พี่น้องครอบครัวทรุดลงคาศาล

พ่อก็แก่แม่ก็ป่วย
ลูกยังเล็ก ชีวิตต่อไปจะทำยังไง

รับชะตากรรม รับคำตัดสิน
ไปชดใช้ความผิด ในเรือนจำ

ค่าฟอกไตแม่ จ่ายไปเป็นค่าทนาย
ควายที่ไถนา หาเป็นค่าอะไรต่อมิอะไร

สุดท้ายที่นาก็ไม่เหลือ
ควายก็ไม่อยู่ พ่อกับแม่ก็ล้มตาย
เมียมีผัวใหม่ ลูกถูกพ่อเลี้ยงรังแกข่มขืน

งานศพพ่อ งานศพแม่
ไม่มีโอกาสแม้แต่ออกมาส่งท่านครั้งสุดท้าย

เจ็บปวดแทบขาดใจ
วันที่จดหมายจากญาติส่งไป

พ่อตายแล้วแม่ไม่อยู่
ลูกเมียมีผัวใหม่

กลับตัวกลับใจตั้งแต่วันนี้
หลายคนผ่านมาแล้ว ยาเสพติด
ทำชีวิตพังมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

#ติดคุกคนเดียวเดือดร้อนทั้งครอบครัว
#เลิกซะ ก่อนที่จะสายเกินไป

ถ้าเห็นว่ามีประโยชน์กับสังคม...แชร์เลย

กฎหมายน่ารู้

ตอน "โทษจำคุก 1 ปี ไม่เท่ากับจำคุก 12 เดือน"
📰 หลายคนคงเคยอ่านข่าวแล้วเคยเจอพาดหัวหรือการรายงานเนื้อหาว่า ตัดสินจำคุก 10 ปี 12 เดือน หรือ 26 ปี 12 เดือน และคงจะเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงไม่นับ 12 เดือนนั้นเป็น 1 ปี
📅 การนับเป็นเดือนกับเป็นปี หากนับตามปีปฏิทินตามที่เรียนมาว่า 12 เดือน เท่ากับ 1 ปี จะมีผลต่อการคำนวณระยะเวลาในการใช้ชีวิตหลังกำแพงเรือนจำ แต่หากนับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ระยะเวลา 1 เดือน เท่ากับ 30 วัน ดังนั้นตามกฎหมาย 12 เดือน คือ 360 วัน หากนำ 12 เดือนไปนับเป็น 1 ปีปฏิทิน จะกลายเป็น 365-366 วัน ทำให้จำนวนวันที่ต้องโทษเพิ่มมา อีก 5-6 วัน ซึ่งไม่ยุติธรรมและไม่เป็นคุณต่อตัวจำเลย